วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกครั้งที่ 8 (24/01/55)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน วันนี้ดิฉันไม่ได้มาเรียนเนื่องจากไม่สบาย ดิฉันจึงได้ศึกษาความรู้ในการเรียนการสอนวันนี้จากเพื่อน วันนี้อาจารย์ติดธุระจึงเข้าห้องช้า อาจารย์เข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และได้ถามถึง จากการที่เราไปสังเกตเด็กในแต่ละโรงเรียนว่ามีปัญหาอะไรหาเปล่า แต่ละโรงเรียนก็ได้เล่าให้อาจารย์ฟังอย่างสนุกสนาน บางคนก็มีปัญหา อาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของแต่ละคน อาจารย์พูดถึงพัฒนาการของ ไวกอสกี่ และได้บอกว่านักศึกษาไม่ค่อยแน่นในวิชาการ อาจารย์จึงเน้นการสอนที่เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีทักษะในการใช้ชีวิต และอาจารย์บอกว่าในวันที่เราไปสังเกตเด็กเราควรเก็บตักตวงความรู้ให้มากที่สุด มีน้ำใจต่อครูพี่เลี้ยงและทุกๆคนในโรงเรียน และอาจารย์ให้มองหาปัญหาในโรงเรียนที่เราไปสังเกต เพื่อต่อยอดทำโครงการตอนเราไปฝึกสอน อาจารย์ยกตัวอย่างเด็กไม่ชอบกินผัก
1)ปัญหาที่เราพบเจอ
ส่วนมากเด็กไม่ชอบกินผักเพราะ ผักมีรสชาติขม มีกลิ่น เหม็นฉุน ทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผักและไม่อยากที่จะกินผัก
2)เราต้องเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก
เราต้องใช้นิทานหรือเพลงเพื่อทำให้เห็นถึงประโยชน์ของผัก
3)ทำกิจกรรม
- สร้างนิทานโดยทำจากวัสดุเหลือใช้ โดยความร่วมมือกันระหว่างครูกับนักเรียน เรื่องผัก
- ปลูกผักช่วยกัน
- นำผักที่ปลูกมาชุบแป้งทอด
4)ย้ำเตือนให้เด็กรู้ว่าผักมีประโยชน์
- แสดงละครเกี่ยวกับ นิทานโดยทำจากวัสดุเหลือใช้ โดยความร่วมมือกันระหว่างครูกับนักเรียน เรื่องผัก
เมื่อคิดโครงการเสร็จแล้วนำไปลองใช้กับเด็ก และดูว่าก่อนทำโครงการ เด็กมีคนกินผักกี่คน และหลังจากนำโครงการไปใช้แล้วเด็กที่ไม่ชอบกินผักมีจำนวนลดลงกี่คน จากการที่เราทำโครงการระยะยาวแล้ว สามารถนำไปทำวิจัยในชั้นเรียนได้
จากที่เราไปสังเกตโรงเรียนนั้นมีสื่ออะไรที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์บ้าง ห้องเรียนของดิฉันมีดังนี้
1) แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์
2) โปสเตอร์ เลขไทยและเลขฮินดูอารบิก 1- 100
3) สถิติการมาเรียน
จากนั้นอาจารย์เชื่อมดยงเข้ามายังหน่วยที่ได้เขียนไป อาจารย์ให้ไปเขียนแผนการสอนมาเพิ่มเติมตามวันที่ตนเองได้รับผิดชอบมาคนละ 1 แผน และให้เตรียมสื่ออุปกรณ์มาให้เรียบร้อย ส่วนขั้นนำไม่ควรเป็นการสนทนาสักถามเราควรหา เพลง นิทาน คำคล้องจอง เพื่อให้มาความน่าสนใจ เราสามารถเปลี่ยนหน่วยหรือไม่เปลี่ยนก็ได้
งานที่ได้รับมอบหมาย
-เขียนชื่อจริง(ชื่อเล่น) ขนาด 38 Angsana new
-เขียนเลขที่ของตนเอง ขนาด 38 Angsana new
-เขียนวันที่ตนเองได้ ขนาด 24 Angsana new (1.5x1.5นิ้ว)
-ตัดกระดาษแข็งตามสีวันของตนเอง ขนาด 2X4 นิ้ว

บันทึกครั้งที่ 7 (17/01/55)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน วันที่ 5 – 19 เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ออกปฏิบัติการวิชาชีพครู 1 จึงไม่มีการเรียนการสอน

บันทึกครั้งที่ 6 (10/01/55)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน วันที่ 5 – 19 เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ออกปฏิบัติการวิชาชีพครู 1 จึงไม่มีการเรียนการสอน

บันทึกครั้งที่ 5 (03/01/55)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน วันนี้เป็นวันหยุดชดเชยปีใหม่ จึงไม่มีการเรียนการสอน

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 4 (27/12/54)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน บรรยากาศวันนี้หนาวกำลังดีเลยค่ะ วันนี้อาจารย์เปิดดูความคืบหน้าของบล็อกแต่ละคน อาจารย์บอกว่าการบันทึกอนุทินนักศึกษาไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่ม หรือหาเพิ่มเติมก็ได้ แต่ให้เขียนในสิ่งที่เรียนในห้องมาให้ละเอียด และควรเพิ่มสิ่งแปลกใหม่ให้กับบล็อกตนเอง ให้มีความน่าสนใจ หลังจากตรวจบล็อกเสร็จอาจารย์ก็ให้เข้ากลุ่มเดิมตามที่ได้เขียนหน่วยการเรียนรู้ อาจารย์ได้อธิบายงานที่ส่งไปที่ละกลุ่ม บอกถึงข้อดีและข้อบกพร่องของแต่ละกลุ่มและอาจารย์ย้ำเสมอว่าเราต้องบูรณาการให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระอื่นๆด้วย งานของกลุ่มดิฉันที่ส่งไปนั้นอาจารย์ให้นำไปปรับปรุงแก้ไข กลุ่มของดิฉันทำมา 3 วัน เนื่องจากตอนแรกอาจารย์ให้เขียนแค่ 3 วัน เพราะมีสามคนอาจารย์จึงได้ให้ไปทำมาให้ครบ 5 วัน และทำตารางผู้รับผิดชอบของแต่ละวันมาอีก 1 แผ่น
งานที่ได้รับมอบหมาย
-คิดกิจกรรมมา 1 กิจกรรม ในวันที่ตนเองรับผิดชอบ

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 3 (20/12/54)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน บรรยากาศวันนี้สบายๆค่ะไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป วันี้อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับ ความหมายคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และการเสริมแรง
คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย หมายถึง การจัดสภาพการณ์ในชีวิตประจำวันของเด็กเป็นฐานการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งครูต้องวางแผนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างดี ประกอบด้วยกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กค้นคว้า แก้ปัญหา พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และความคิดรวบยอด ที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ เด็กแต่ละวัยจะมีความสามารถเฉพาะ เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง บรรยากาศการเรียนต้องไม่เคร่งเครียดเด็กรู้สึกสบายๆในขณะเรียน เห็นความสัมพันธ์ของคณิตศาสตร์ในธรรมชาติ บ้าน โรงเรียน กิจกรรมสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมจะช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และความคิดรวบยอดได้ดีขึ้น ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วยความสามารถต่างๆดังนี้
1. การจำแนกประเภท หมายถึง การฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ว่ามีความแตกต่างกันหรือเหมือนกันในบางเรื่องและสามารถจัดเป็นประเภทต่างๆ ได้
2. การจัดหมวดหมู่
3. การเรียงลำดับ หมายถึง การจัดสิ่งของชุดหนึ่ง ๆ ตามคำสั่งหรือตามกฎเท่านั้น เช่น จัดดินสอ 5 แท่งที่มีความยาวไม่เท่ากัน ให้เรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำ หรือจากสั้นไปยาว ฯลฯ
4. การเปรียบเทียบ โดยเด็กจะต้องมีการสืบเสาะและอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งหรือมากกว่า รู้จักใช้คำศัพท์ในลักษณะการเปรียบเทียบ เช่น ยาวกว่า สั้นกว่าหนักกว่า เบากว่า ฯลฯ
5. รูปร่างรูปทรง นอกจากการจัดให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงและเนื้อที่จากการเล่นตามปกติแล้ว ครูยังต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงกลมสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ความลึก ตื้น กว้าง และแคบ
6. พื้นที่
7. การชั่งตวงวัด มักให้เด็กลงมือวัดด้วยตนเอง ให้รู้จักความยาวและระยะ
รู้จักการชั่งน้ำหนักและรู้จักการประมาณการอย่างคร่าว ๆ ก่อนที่เด็กจะรู้จักการวัด ควรให้เด็กได้ฝึกฝนการเปรียบเทียบและการจัดลำดับมาก่อน
8. การนับ หมายถึง คณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรกที่เด็กรู้จักเป็นการนับอย่างมีความหมาย เช่น การนับตามลำดับตั้งแต่ 1 – 10 หรือมากกว่านั้น ฯลฯ
9. การรู้จักตัวเลข หมายถึง การให้เด็กรู้จักตัวเลขที่เห็นหรือใช้อยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการให้เด็กเล่นของเล่นเกี่ยวกับตัวเลขให้เด็กได้นับและคิดเอง โดยครูเป็นผู้วางแผนจัดกิจกรรมซึ่งอาจมีการเปรียบเทียบแทรกเข้าไปด้วย เช่น มากกว่า น้อยกว่า ฯลฯ
10. รู้จักความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนกับตัวเลข
11. เวลา
12. การเพิ่มและลดจำนวน
การเสริมแรงมี 2 แบบ ดังนี้
1. ตัวเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หมายถึง สิ่งเร้าใด ๆ ซึ่งเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้อัตราการตอบสนองเพิ่มมากขึ้น เช่น คำชมเชย รางวัล อาหาร
2. ตัวเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) หมายถึง สิ่งเร้าใด ๆ ซึ่งเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้การตอบสนองเพิ่มขึ้นในทางลบ เป็นตัวเสริมแรงทางลบ เช่น เสียงดัง อากาศร้อน คำตำหนิ กลิ่น การทำโทษ เป็นการนำตัวเสริมแรงลบเข้ามา เพราะการทำโทษบางอย่างหากนำไปใช้จะมีผลให้อัตราการตอบสนองเปลี่ยนไปในลักษณะที่เข้มขึ้น

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 2 (13/12/54)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน บรรยากาศวันนี้สดชื่นมากค่ะ วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ดังนี้
ความสำคัญ คือ เครื่องมือที่ใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน
มาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ คือ เกณฑ์ที่เด็กได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเรื่องของ การนับจำนวน การเปรียบเทียบ ตัวเลข เป็นต้น
มาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีความสำคัญ คือ เป็นหลักเกณฑ์ในการพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็กและถ้าครูมีความเข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้จะช่วยให้ครูสะดวกในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น
จากนั้นก็ได้มีการยกตัวอย่างกิจกรรม คือ การลงชื่อของเด็กเพื่อให้เด็กได้รู้เกี่ยวกับด้านคณิตศาสตร์ในเรื่องของลำดบ ก่อน-หลัง
จากการดูแผนจากจุดประสงค์ที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์มีดังนี้
1.จำแนก
2.ปริมาณ
3.จำนวน
4.เรียงลำดับ
5.รูปทรง
6.เปรียบเทียบ